Search

13 ปัจจัยหลักเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นกระดูกพรุน

Updated: Aug 24, 2020



การที่จะรู้ว่ากระดูกบางหรือไม่นั้นจะต้องผ่านการตรวจโดยใช้เครื่องฉายรังสี ที่เรียกว่า Dexa scan เพื่อดูความหนาแน่นของกระดูก โดยปกติจะวัดทุก2ปี ถ้าปกติก็อาจจะห่างกันได้มากกว่านั้น

ค่าที่วัดออกมาจะมี2ค่าคือ T-score ซึ่งใช้เป็นค่ามาตรฐานในการวินิจฉัย กระดูกบางเมื่อน้อยกว่า-1 และโรคกระดูกพรุนถ้าต่ำกว่า -2.5

นอกจากนี้จะเป็นค่า Z-scoreที่ใช้เป็นตัวเทียบความหนาแน่นกับคนในวัยเดียวกันอีกด้วย

สำหรับคนที่ได้รับการรักษาภาวะกระดูกพรุนจะต้องตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี


ความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนแบ่งเป็นแบบหลักๆดังนี้

1 อายุมากกว่า 70 ปี

2 หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี

3 ฮอร์โมนเพศต่ำผิดปกติ Hypergonadism

4 โรคกระดูกบางหักง่าย Fragility syndrome

5 มีคนในครอบครัว พ่อแม่ กระดูกสะโพกหัก

6 ได้ยาสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานาน

7 มีความผิดปกติของการดูดซึมอาหาร

8 กระดูกมีการหมุนเวียนของการสร้างและสลายเร็ว

9 โรคที่เกี่ยวกับการรับประทานอาหารผิดปกติ กลัวอ้วนต้องอาเจียนออกหลังรับประทาน Anorexia nervosa

10 ผอมมาก BMI < 18

11 ไม่ขยับเขยื้อนตัว

12 ไตวายเรื้อรัง

13 ได้รับการเปลี่ยนอวัยวะมา


นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงแบบรองลงมาคือ

1 ฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ

2 รับประทานแคลเซียมน้อยกว่า 500 mg ต่อวัน

3 มีความผิดปกติของฮอร์โมนพาราไทรอยด์Primary hyperparathyroidism ที่ทำให้แคลเซียมออกจากกระดูกมากขึ้น

4 ไทรอยด์ฮอร์โมนเกิน

5 ข้ออักเสบรูมาตอยด์

6 เบาหวาน

7 สูบบุหรี ดื่มแอลกอฮอล์เยอะ

8 ได้รับยาบางอย่างเช่น ยากันชัก

9 จากที่เคยมีประจำเดือนมาปกติ แต่ประจำเดือนหายไปมากหลายๆเดือนเกือบปี


#วัยทอง#ฮอร์โมนทดแทน#มะเร็ง#ช่องคลอดแห้ง#หมดประจำเดือน#กระชับช่องคลอด#ตัดแต่งแคม#labiaplasty#vaginarejuvenation#sextherapy#hormonereplacement#HRT#bioidenticalhormone#phenomedclinic#menhealth#womenhealth#กระดูกบาง#กระดูกพรุน#กระดูกหัก


3 views0 comments

Recent Posts

See All

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมยิ่งอดอาหารยิ่งน้ำหนักเพิ่ม (ตอนต่อ)

ต่อจากตอนที่แล้วแทบเป็นไปไม่ได้ที่การอดอาหารจะช่วยลดน้ำหนักได้ในระยะยาว และมักจะเริ่มมีน้ำหนักเพิ่มอีกเมื่อหยุดอดอาหารและกลับมาใช้นิสัยการกินอาหารเดิม การลดน้ำหนักด้วยตัวเองแบบง่ายๆเพียงเมื่อคุณเริ่มต